เอเจนซีส์ / ASTV ผู้จัดการออนไลน์ - “จากัวร์ แลนด์ โรเวอร์” ค่ายยานยนต์หรูสัญชาติอังกฤษซึ่งมีฐานอยู่ที่เมืองโคเวนทรี ตกเป็นข่าวกำลังศึกษาถึงความเป็นไปได้ในการเข้ามาตั้ง “โรงงานประกอบรถยนต์” ของตนในกลุ่มประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือกลุ่มประเทศอาเซียน โดยรายงานข่าวระบุชัดว่าผู้บริหารหมายตาประเทศไทยและมาเลเซียเป็นตัวเลือก แรก รายงานข่าวล่าสุดที่ถูกเผยแพร่ในสื่อต่างประเทศระบุว่า จากัวร์ แลนด์ โรเวอร์ ค่ายรถยนต์หรูจากเมืองผู้ดีซึ่งในปัจจุบันกลายเป็นกิจการที่อยู่ในความดูแล ของกลุ่มทาทา มอเตอร์ แห่งอินเดีย เตรียมพิจารณาเข้ามาตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยทางบริษัทกำลังพิจารณาประเทศอาเซียนที่มีศักยภาพสูงสุด ซึ่งก็คือประเทศไทยและมาเลเซียเพียงสองประเทศ ความเคลื่อนไหวล่าสุดถือเป็นการส่งสัญญาณว่า จากัวร์ แลนด์ โรเวอร์ เล็งเห็นถึงความสำคัญของตลาดยานยนต์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดจนกำลังซื้อมหาศาลของผู้คนในภูมิภาคแห่งนี้บวกกับศักยภาพของแรงงานที่ เคยมีประสบการณ์และมีทักษะในอุตสาหกรรมรถยนต์ จากการทำหน้าที่เป็นฐานการผลิตให้กับค่ายรถทั่วโลกมายาวนาน การปรับยุทธศาสตร์ของจากัวร์ แลนด์ โรเวอร์ และกลุ่มทาทา เพื่อมุ่งหน้าสู่กลุ่มประเทศอาเซียนครั้งนี้ถูกมองว่า เป็นความท้าทายครั้งสำคัญ เนื่องจากที่ผ่านมายอดขายรถยนต์ทั้งของจากัวร์ แลนด์ โรเวอร์รวมถึงแบรนด์รถของทาทา มอเตอร์ในภูมิภาคนี้ยังอยู่ในระดับที่ต่ำเตี้ย รายงานข่าวระบุว่า ในปี 2014 ที่ผ่านมายอดขายรถภายใต้แบรนด์จากัวร์และแบรนด์แลนด์ โรเวอร์เฉพาะในประเทศไทยมียอดรวมกันเพียงแค่ 120 คันเท่านั้น แม้จะเป็นที่คาดกันว่ายอดขายในปี 2015 นี้จะพุ่งสูงขึ้นเป็นราว 500-600 คันก็ตาม ด้านเซอร์เก ตูรอน ผู้จัดการทั่วไปของจากัวร์ แลนด์ โรเวอร์ ไทยแลนด์ ออกมาเปิดเผยว่าทางบริษัทตั้งเป้าทำยอดขายรถยนต์ในสังกัดไว้ที่ 2,000-3,000 คันต่อปีในประเทศไทย ซึ่งเป็นเป้าที่คาดว่าจะประสบผลสำเร็จได้ภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า หรือภายในปี ค.ศ. 2020 รายงานข่าวระบุว่า การตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ในภูมิภาคนี้จะช่วยให้ราคาจำหน่ายของรถยนต์ใน เครือจากัวร์ แลนด์ โรเวอร์ มีราคาถูกลง 20-40 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงแบรนด์ได้ง่ายขึ้น และยังจะส่งผลดีในแง่ของการเพิ่มยอดขายรถของจากัวร์ แลนด์ โรเวอร์ทั่วทั้งกลุ่มอาเซียนที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 3,000-5,000 คัน เบื้องต้นมีรายงานว่า ทางผู้บริหารของกลุ่มทาทา มอเตอร์ และจากัวร์ แลนด์ โรเวอร์ ยังไม่ตัดสินใจว่าจะใช้ประเทศใดเป็นฐานสำหรับตั้งโรงงานประกอบรถยนต์หลักใน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในขณะนี้ทางบริษัทได้ตั้งทีมผู้เชี่ยวชาญขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อศึกษาถึง ความเป็นไปได้ ในการขออนุญาตตั้งโรงงาน และข้อกฏหมายที่เกี่ยวข้องของทั้งไทยและมาเลเซีย ตลอดจนจะเปรียบเทียบ “สิทธิพิเศษ” ด้านการลงทุนและภาษีที่รัฐบาลของประเทศทั้งสองจะเสนอให้ หากทางบริษัทเลือกประเทศนั้นเป็นที่ตั้งโรงงานประกอบรถยนต์ ซึ่งจะมีการว่าจ้าง “แรงงานท้องถิ่น” เข้าทำงานเป็นจำนวนมาก http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9580000085098 รัฐบาลทหาร ไม่ใช่ ปชต ไม่มีเลือกตั้ง แถมค่าแรง 300 บาท ข่าวมั่วป่าว
“จากัวร์ แลนด์ โรเวอร์” มั่วป่าว??? แต่ Mitsubishi Motors เอาแน่!!! ปอกเปลือก ทรราช บริษัท Mitsubishi Motors ของญี่ปุ่นประกาศปิดโรงงานเลิกผลิตรถยนต์ในสหรัฐฯ ย้ายมาเปิดที่ไทยและเพื่อนบ้านเราแทน ------------- ข่าวดีอีกข่าวสำหรับคนไทยหัวใจรักชาติ ศาสตร์ กษัตริย์ และประชาชน แต่ดูเหมือนว่าน่าจะเป็นข่าวร้ายสำหรับโปร-อเมริกาทั้งหลายนะครับ คริๆ คืออย่างนี้ครับ วันนี้ลองตระเวนข่าวจากฝั่งจีนบ้างในส่วนที่เกี่ยวกับประเทศไทยนี่แหละ ก็มีอยู่หลายข่าวนะ แต่หยิบมาให้อ่านซัก 2 ข่าวก่อน (โพสต์ละข่าว) ข่าวแรกสำนักข่าว People's Daily Online พาดหัวข่าวเมื่อวันที่ 27 ก.ค.58 ว่า "Japanese automaker Mitsubishi Motors to end US production" เห็นแล้วทำให้ต่อมความสะใจทำงานเกินร้อยเลยอ่ะ ถ้าไม่ได้เล่าข่าวนี้ให้แฟนเพจฟังนี่คงจะเสียดายแย่แน่ๆเลย ตามรายงานข่าวบอกว่าบริษัท Mitsubishi Motors ยืนยันอย่างเป็นทางการเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่า กำลังวางแผนยกเลิกการผลิตเฉพาะโรงงานที่อยู่ในสหรัฐฯเท่านั้น โปรดฟังอีกครั้ง "…ยกเลิกการผลิตเฉพาะโรงงานที่อยู่ในสหรัฐฯเท่านั้น!" ฮี่ๆๆ… มีต่ออีกนะ และจะขายโรงงานที่อยู่ใน central Illinois (พื้นที่ส่วนหนึ่งในรัฐอิลลินอยของสหรัฐฯ) ซึ่งมีพนักงานอยู่มากว่า 1,200 คน (Mitsubishi Motors confirmed Friday that it plans to stop production at its only US factory and sell the plant in central Illinois that has more than 1,200 workers.) ชัดมะ!... หมายความว่าไงครับ? ก็หมายความว่าจะมีคนตกงานเพิ่มขึ้นในอเมริกา ไม่ต่ำกว่า 1,200 คนนะสิครับ และอาจจะเป็นโดมิโนไปยังธุรกิจอื่นๆที่เกี่ยวข้องด้วยก็ได้ นี่ขนาดญี่ปุ่นเป็นมหามิตรของสหรัฐฯก็ยังทำกันได้ลงคอขนาดนี้เลยนะนี่ รายงานข่าวบอกว่าหลังจากที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่นได้พิจารณาถึงระบบห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกแล้วจึงได้ตัดสินใจว่า มีความจำที่จะต้องยกเลิกการผลิต (end production) ที่โรงงานดังกล่าวและหาผู้ซื้อ (โรงงาน) ตามคำแถลงข่าวของนาย Dan Irvin โฆษกของบริษัทประจำอเมริกาเหนือ การแถลงการดังกล่าวปรากฎออกมาหลังจากที่สื่อฯญี่ปุ่นรายงานว่าบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่รายหนึี่งของญี่ปุ่นได้ตัดสินใจที่จะยกเลิกการผลิตในสหรัฐฯโดยหันไปให้ความสนใจที่ตลาดในเอเซียแทน (ฮี่ๆๆ) ยอดการผลิตรายปีที่โรงงานแห่งนี้ซึ่งผลิตรถยนต์ประเภท Outlander SUV ได้ลดลงถึง 64,000 คนจากที่มากกว่า 200,000 ต่อปีในปี 2002 และเมื่อปีที่ผ่านมาบริษัทขายรถยนต์ได้เพียง 82,000 คันเท่านั้น ซึ่งน้อยกว่า 1% ของตลาดทั้งหมด (จะอยู่ต่อไปได้อย่างไรหละครับ ก็อเมริกันเขาชาตินิยมสุดๆ เขาไม่ค่อยนิยมรถญี่ปุ่นอ่ะ แม้จะเรียกให้ญี่ปุ่นไปลงทุนในประเทศเขา แต่เขาบอกกับประชาชนของเขาว่าของอเมริกันดีกว่า เพื่อกระตุ้นให้คนในประเทศเขาใช้ของๆพวกเขา ญี่ปุ่นก็หอบเงินไปลงทุน แล้วก็เจ๊งเพราะขายไม่ออกนะสิ) หนังสือพิมพ์ Nikkei ด้านธุรกิจของญี่ปุ่นรายงานว่า บริษัท Mitsubishi อาจจะเป็นบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่รายแรกที่จะยกเลิกการผลิตทั้งในสหรัฐฯและในยุโรป (ไม่ใช่เฉพาะในสหรัฐฯเท่านั้นนะ มียุโรปด้วย ซวยหนักเข้าไปอีกแล้วเศรษฐกิจอียู ต่อไปนี้สำคัญนะ อย่าลืมขีดเส้นได้ไว้ด้วยหละครับ) บริษัท Mitsubishi ได้สร้างโรงงานในประเทศไทย โปรดฟังอีกครั้ง "บริษัท Mitsubishi ได้สร้างโรงงานในประเทศไทย" อันนี้สำหรับโปรอเมริกา "The company (Mitsubishi) has built a plant in Thailand" (ฮี่ๆ ได้ยินป๊ะ? คริๆ) และได้ซื้อโรงงานแห่งหนึ่งของ Ford (ของสหรัฐฯ) ในประเทศฟิลิปปินส์ และกำลังก่อสร้างอีกแห่งหนึ่งในประเทศอินโดนีเซีย คราวนี้มาดูปฏิกิริยาจากฝั่งสหรัฐฯบ้าง นาย Bill Brady วุฒิสมาชิกรัฐอิลินอยของสหรัฐฯกล่าวว่า "เรากำลังจะทำทุกอย่างที่เราสามารถทำให้ประชาชนมีความมั่นใจว่าบริษัท Mitsubishi ไม่มีความต้องการโรงงานดังกล่าวอีกต่อไป (อันนั้นเป็นภาษาการเมืองสไตล์สหรัฐฯ ซึ่งมันไม่ได้ช่วยให้ประชาชนที่เป็นพนักงานมีความสบายใจขึ้นมาตรงไหนเลย ความหมายที่ชัดเจนที่ต้องการจะสื่อก็คือว่า ญี่ปุ่นจะขายโรงงานทิ้งและจะยกเลิกการผลิตแน่ๆ เตรียมตัวตกงานและหางานใหม่กันได้แล้ว!) แต่ว่าโรงงานแห่งนี้ก็มีประสิทธิภาพมาก ถือว่าเป็นแรงงานระดับโลก และเป็นเคลือข่าวของซับพลายเออร์ที่ไม่เป็นสองรองใคร (นั่นแหละคือสไตล์การหาผู้ซื้อรายใหม่ของเขาหละ)" Bill Brady พูดปลอบใจคนงานชาวอเมริกันที่กำลังจะตกงานไม่ต่ำกว่า 1,200 คนในโรงงานแห่งนี้ว่า เขาและเจ้าหน้าที่ของรัฐกำลังดำเนินการวางแผนหาผู้ผลิตรายใหม่เข้าไปซื้อโรงงานแห่งนี้ (ก็แสดงว่า ณ ตอนนี้ยังไม่มีใครรับซื้อนะสิ จะซื้อช้าหรือเร็วนั้นไม่ใช่ปัญหาสำหรับญี่ปุ่น เพราะได้ตัดสินใจปิดโรงงานยกเลิกการผลิตไปแล้ว และย้ายมาอยู่ที่ประเทศไทยแทน หมายความว่าไง? ก็หมายความว่าที่ประเทศไทยก็จะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นในเร็วๆนี้ และที่สหรัฐฯก็จะมีการตกงานเพิ่มขึ้นในเร็วๆนี้เช่นกันนะสิครับท่าน ฮ่าๆๆ) พอเขาทำอะไรญี่ปุ่นในกรณีนี้ไม่ได้ เขาก็หาเรื่องเล่นงานไทยด้วยข้อหาการค้ามนุษย์ สารพัดข้ออ้างที่เขาจะนำมากดดันเรา ตราบใดที่ไทยยังไม่ยอมให้เขาจูงจมูก ไม่ยอมทำตามใจเขา เขาก็จะหาเรื่องอยู่อย่างนี้ร่ำไป ถ้าบอกว่าอเมริกาอยากได้สนามบินภูเก็ต งั้นไทยยกให้เลย เออ… แบบนี้รับรองได้เลยว่าไทยไม่มีทางได้เทียร์ 3 แน่นอน คนไทยยอมไหมหละ? ฝันไปเหอะ แต่โปร-อเมริกานี่คงจะเห็นด้วยกับจักรวรรดิเฮเกนะ The Eyes 28/07/2558 ---------- http://en.people.cn/business/n/2015/0727/c90778-8926948.html