ผมเข้าใจครับ เขาอยากยกเลิก 30 บาท เพราะระบบมันไม่ดี แต่ไม่ได้แปลว่าเขาจะทิ้งความคิดที่ว่าโอกาสในการรักษาพยาบาลไป
คำว่าประชาชนร่วมจ่าย ถ้าให้ร่วมออกครึ่งนึง ก็ไม่ไหวอยู่ดี คนที่เขาคิดบัตรทอง เขารู้เหตุนี้ดี เขาถึงไปเริ่มที่30บาท มองข้ามเรื่องประชาชนร่วมจ่าย ซึ่งคำตอบเห็นได้ชัดว่า ถ้าประชาชนต้องร่วมจ่ายเกิน100 บาทขึ้นแน่ๆครับ และอาจไปถึงครึ่งนึง (ปล.ผมเดาเอาเองนะครับ)
อย่าคิดเองเออเองครับ อ่านดูก็รู้ว่าคุณไม่ได้มีความรู้อะไรด้านนี้เลย แค่ประชดเอามัน พูดนู้นพูดนี้ถามว่าตัวคุณเองเสียภาษีหรือเปล่า เคยทำอะไรบ้าง
ผมสงสัยว่าหลายคนชอบมองแต่ 30 บาท แต่ทำไหมไม่เคยมองว่ารัฐต้องใช้เงินภาษีทำอะไรอื่นอีก การศึกษา ระบบสาธารณูปโภค การปกป้องประเทศ คมนาคม การพัฒนาเศรษฐกิจ ฯลฯ โลกมีอัตราประชากรตายน้อยลง แต่เกิดมากขึ้น เก็บภาษีก็ไม่ได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย งั้นเอางี้ไหมครับ เอางบไปเทให้ 30 บาทให้หมด แต่ไม่ต้องใช้ถนนดีๆ ไม่ต้องใช้ไฟทางตอนกลางคืน สวัสดิการอื่นไม่ต้องเอา ระวังขโมยขโจรเอาเอง ค้าขายอะไรขาดทุนไม่ต้องมาเรียกร้อง น้ำแล้งน้ำท่วมดูแลตัวเอง ฯลฯ
เลิกไม่ได้แน่นอน แต่ถ้าเราเพิ่มภาษีทางอ้อมเช่น เพิ่มภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 10% เราก็จะมีเงินพอมาทำโครงการแน่นอน #ถ้าระบุชัดเจนไปเลยว่าเพิ่มภาษีเอามาทำโครงการบัตรทอง คงไม่มีใครกล้าด่า
ผึ้งเคยอาหารเป็นพิษต้องนอนโรงพยาบาล ระหว่างรอเขาเข็นไปเข้าห้อง ก็มีคนเข็นลุงคนนึงเข้ามาที่ห้องฉุกเฉิน ได้ยินว่าถ่ายเป็นเลือด หมอถามว่ากินเหล้าอีกแล้วใช่ไหม แสดงว่าเคยมาบ่อย แล้วหมอก็ห้ามกินเหล้าไปแล้วด้วย แต่แกก็ยืนยันว่าไม่ได้กิน จนเมียแกมายืนยันว่าแกกินนั่นล่ะ หมอถึงได้รักษาถูก คนเรามันเป็นซะอย่างนี้ ตายไม่ว่า ขอให้ได้สนุก แต่พอต้องจ่ายค่าหมอนี่อิดออดขึ้นมาเชียว
พอได้แป๊ปเดียว. เดี๋ยวก็ไม่พอ ก็ขึ้นภาษีอีก ระบบมันเน่าเอาเงินไปถมยังไงก็ไม่พอ ผมยอมรับได้นะว่าถ้าขึ้นภาษี vat เอามาจ่าย แฟร์ดี ขึ้นไปอีก 5% เอาเงินมารองรับ ไม่พอก็ขึ้นไปอีก แต่อย่าบ่นเรื่องขึ้นภาษี ของฟรีและดีไม่มีในโลก ยิ่งเข้าสังคมสูงวัย รับรองค่าใช้จ่ายงอก
จะบอกแค่ว่าขึ้น VAT ไปเท่าไหร่ก็พอแน่นอน จะฟังความจริงที่โหดร้ายบ้างไหมละครับ จะบอกว่าในอนาคตค่ารักษาพยาบาลจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นค่ายา ค่าเครื่องมือ หรือค่าอื่นๆ ค่ายา เมื่อ 10 ปี สมัยผมยังเป็นนักศึกษาแพทย์อยู่ ค่ายาบางตัวเม็ดละ 80 บาท ต้องทานทุกวัน แค่นี้ก็อ้าปากค้างแล้ว แต่เดี๋ยวนี้มาเรียนต่อเฉพาะทางอีกครั้งเมื่อ 3 ปีก่อน เจอยารักษาโรคมะเร็งบางตัว เม็ดละ 2000 บาท ต้องทานทุกวัน ก็มีแล้ว แล้วยาใหม่ๆ ที่จะเข้าตลาด ราคาไม่ต่ำกว่าเม็ดละ 100 บาทแทบทุกตัว เคยเอามาปริมาณยาในแต่ละเม็ดเทียบกับราคาแล้ว ยาบางตัวแพงกว่าทองคำที่ปริมาณเท่ากันเสียด้วยซ้ำ ค่าเครื่องมือ เมื่อก่อนสมัยเป็นนักศึกษาแพทย์ อาจารย์สั่งวินิจฉัยโรคด้วยเครื่อง MRI ค่าใช้จ่ายแต่ละประมาณ 10000-12000 บาท เดี๋ยวนี้มีเครื่องใหม่ๆ เช่น PET scan ทำครั้งละ 5-6 หมื่นบาท/ครั้ง ค่า lab แปลกๆ ก็เยอะขึ้น มีติดตามเรื่องโครโมโซมบางอย่าง ส่งแต่ละค่าใช้จ่ายก็ประมาณ 2-4 พันบาท/ครั้ง แล้วไม่ได้ติดตามแค่ครั้งเดียว มันต้องทำเรื่อยๆ บอกเลยว่าถ้าประชาชนยังไม่ตระหนักถึงการดูแลสุขภาพตัวเอง เอาเงินลงไปเท่าไหร่ก็หมดอยู่ดี
ผมเองอาจจะไม่เห็นด้วยกับทหารหลายเรื่อง แต่เรื่องหนึ่งที่ผมเห็นด้วยคือ การจัดระเบียบเรื่องน้ำเมานะ เหมือนอย่างที่ท่านหนึ่งในนี้ยกตัวอย่างเรื่องลุงที่ติดเหล้ามาให้ฟัง ทุกคนก็ต่าง ประเทศไทยมีการค้าที่เสรี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า มันจะเสรีได้ทุกเรื่อง เรื่องที่ส่งผลกระทบต่อสังคมมาก คุณก็ต้องยอมที่จะรับผิดชอบต่อสังคมมากด้วย เอาตรง ๆ ถ้าราคาเบียร์แพงเท่าชีวาส คนหลายคนก็อาจจะไม่ต้องเข้าโรงพยาบาล ลุงเองก็คงไม่ต้องถ่ายเป็นเลือด หมอพยาบาลเองก็ไม่ต้องเซ็งกับการรักษาที่ไม่จบไม่สิ้น ญาติเองก็คงไม่ ต้องเสียงาน เสียสุขภาพจิต มาคอยเฝ้าคนไข้ ในขณะที่เราออกมาทะเลาะกันเรื่องสิทธิคนไข้ สิทธิสามสิบบาท เรื่องค่าใช้จ่ายคนไข้ เรื่องความไม่เพียงพอของบุคลากรทางสาธารณสุข คนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งเป็นกลุ่มคน ที่รวยที่สุดในประเทศนี้กำลังดูดเงินจากกระเป๋าของคนจนหรือคนชั้นกลางหรือคนรวย ไปเรื่อย ๆ แต่ถ้าจะบอกว่ามันก็แค่น้ำ มันไหลเข้าปากเองไม่ได้ถ้าคนไม่ไปดื่มมัน มันก็ถูกอีก แต่ถ้ามันแพงขึ้นมากเมื่อไร จะมีสักกี่คนที่ยังกินมันอยู่ แต่ก็จะมีพวกบริษัทเหล้าเบียร์ออกมาแถต่อว่า ถ้าอย่างนั้นก็เท่ากับส่งเสริมให้คน ต้มเหล้าเถื่อนกันเองน่ะสิ มันก็ถูกอยู่นะ เหล้าเบียร์มันแพงทางออกที่ดีที่สุดคือ ต้มกินเอง แต่กฎหมายก็มีอยู่แล้วเรื่องนี้ ถ้าต้มก็มีสิทธิจับติดคุกอยู่แล้ว
ประเด็นคือ ของฟรีไม่มีในโลก แต่เราพยายามทำให้มันเหมือนฟรี คนเราก็ไม่ตระหนักค่า สมัยก่อนผมผ่าตัดไส้ติ่ง ต่อมาลำไส้อักเสบ ติดเชื้อมีหนองผ่าอีกรอบ นอนโรงพยาบาลรัฐหกเดือน ผ่าเปิดช่องท้องตัดไส้ไปอีกรอบจ่ายเงินจนพ่อแม่ผมแทบหมดตัว จนคุณหมอต้องช่วยทำเรื่องผู้ป่วยอนาถา รักษาฟรีสองเดือนหลัง ทั้งค่ายาค่าน้ำเกลือ ค่าอาหารทางสายน้ำเกลือ นั่นนี่นู่น ประเด็นคือสมัยก่อนบ้านผมก็ไม่ได้รวย เราก็จ่ายจนกระทั่งแทบหมดตัว จนหมอและโรงพยาบาลก็เห็นใจ หาทุนหาอะไรมาช่วย และเราก็รู้จักดูแลตนเองมากขึ้น เห็นค่าของมันมากขึ้น ผมอาจโชคดีที่โรงพยาบาลรัฐที่เข้าไม่ได้โหดร้าย เห็นเป็นเด็กนักเรียนผ่าไส้ติ่ง ก็รับเข้ามาก่อนช่วยชีวิตก่อน ค่าใช้จ่ายหมอยังบอกพ่อแม่ผมไม่ต้องกังวล ผ่อนจ่ายทยอยจ่ายเขาก็ไม่ว่า ยิ่งตอนรอบสองภายในสองอาทิตย์หลังผ่าไส้ติ่ง เป็นลำไส้อักเสบ แผลติดเชื้อ อยู่โรงพยาบาลอีกห้าเดือน ผ่าเปิดช่องท้อง ตัดไส้ที่มีปัญหาไปหมอก็ดูแลดี พ่อแม่ผมก็ทยอยจ่าย ทางโรงพยาบาลก็ใจดี ไม่มีปัญหา ทุกคนอยากจ่ายถูกทั้งนั้น แต่ถ้าสามารถจ่ายได้บ้างก็ควรร่วมกันจ่ายบ้าง ถ้าต้องทำประกันก็ต้องช่วยๆกันชำระบ้าง เงินที่จ่ายไปก็เอามาเฉลี่ยเหมือนช่วยคนอื่นเช่นกัน (ไม่นับโรงพยาบาลเอกชน) คุณก็จะได้การรักษาที่ดียาที่ดี เดี๋ยวนี้แค่คิดว่าจ่ายสามสิบบาทก็จะต้องได้ผลดีเลิศ หมอรักษาดีเลิศ ยารักษาดีเลิศ มันสวนทางความเป็นจริง ทำไปทำมาของดีที่เคยมีอยู่มันหายไป ผมไม่เคยอายนะที่บอกว่าต้องรักษาแบบผู้ป่วยอนาถา ถือว่าเป็นคราวซวยของชีวิต อย่างน้อยพ่อแม่ผมก็จ่ายเต็มที่เท่าที่กำลังมี สามสิบปีก่อนจ่ายไปแสนกว่าบาท พอไม่มี เขาก็ใจดีช่วยเหลือเต็มที่เหมือนเดิม รู้ว่าทุกคนมีกำลังทรัพย์ไม่เท่ากัน แต่ทำไมต้องให้รัฐอุ้มอย่างเดียว สมมุติค่าหัวเฉลี่ยสองพันบาทต่อคนที่รัฐอุ้ม ทุกคนจ่ายเท่ารัฐเพิ่มเข้าไป มันก็ช่วยได้ดีขึ้น เหมือนจ่ายประกันชีวิตให้ตัวเอง
แล้วเกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ครับ เขามาใช้โครงการ 30 บาท แย่งคนอื่นหรือไง ไหนละครับ เด็กที่ได้ของขวัญถุงไม้กอล์ฟที่คุณอ้าง ผมอยากเห็นมานานแล้ว มีแต่คนกลางนี้แหละแบ่งชนชั้น ใส่ร้ายให้คนรวยกับคนจน ทหาร ให้ตีกัน สันดานหยาบช้ามาก
ลืมอีกตระกูลหรือเปล่า ลูกหลานเค้าเพิ่งแฉกันไปมาหยกๆ นั่นน่ะทำมาเกือบร้อยปีแล้ว หรือลืมเพียงเพราะเค้าเป็นกระเป๋าให้พรรคที่รัก
เจอเรื่อง 30 บาทรักษาทุกโรค แต่บางโรคจะรักษาต้องตรวจพบว่าเป็นก่อน ซึ่งค่าตรวจต้องควักจ่ายเองเป็นหลักหมื่น กลายเป็นคนจนไม่ได้รักษา แต่คนรวยประหยัดเงินค่ารักษาไปมากมาย
ที่อาจารย์เค้าพูดนี่เรื่องจริงครับ เพิ่งไปประชุมประจำปีสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย จัดประชุมที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เมื่อประมาณ 3 เดือนก่อน หมอโรคติดเชื้อในเด็กก็ขึ้นมาพูดเรื่องนี้ในการประชุมใหญ่เหมือนกัน เรื่องวัคซีนตอนนี้อยู่ในแนวเดียวกับกลุ่ม CLMV แล้วครับ อย่าให้เทียบกับมาเลเซีย เพราะเรื่องนี้มาเลเซียเข้าใกล้เคียงกับมาตรฐานยุโรปเข้าไปทุกทีแล้ว
เข้าไปอ่าน มีคนแสดงความเห็น หาว่า คุณหมอ เป็น คนรวย ดูถูก คนจน เมื่อไร สังคมไทย จะลดจำนวน คนที่มีทัศนคติแบบนี้ ลงได้บ้าง กับ อีกพวก คือ แสดงความเห็น โดยไม่มีข้อมูล ข้อเท็จจริง มีแต่ความเห็น ความรู้สึก
ครับ แต่จะจัดสรรค์งบประมาณยังไงครับ ถ้าจะปัญญาอ่อนว่าเอางบประมาณป้องกันประเทศไปให้ คงไม่ได้หรอกครับ เพราะถ้าไม่มีการป้องกันประเทศแล้วชาติจะเอาตัวรอดอย่างไร อย่าคิดว่าตอนนี้เขาไม่ใช้กำลังทหารกับอาวุธ โลกสวยเกิน การส่งเสริมสุขภาพมันมีหลายวิธี อย่างแรกคือต้องเริ่มจากการดูแลตัวเองและปรับสภาพแวดล้อม พยายามเจ็บป่วยให้น้อยที่สุด ทำได้แต่ไม่ทำกัน เอาเวลานั่งเสี้ยมทหารให้แตกแยกอยู่ได้
อันนั้นผมก็กล้าตอบว่า คนดื่มเขาดิ่มเองไม่ได้มีใครบังคับ คนรวยไปหาเครื่องแอลกอฮอล์ แพงมาดื่มกัน แหม่ มันหาเรื่องใส่ตัวชัดๆ
เดี๊ยวคงมีบอกว่า ซื้อเหล้าซื้อบุหรีก็จ่ายภาษีให้รัฐ ถ้าหากเป็นอะไรไปเงินก้อนนี้ก็ต้องมาช่วยคนกินเหล้าสุบบุหรี คนไม่ดิ่มเหล้าไม่สูบบุหรีไม่เกี่ยว ไม่ควรได้รับผลประโยชน์จากเงินภาษีที่เก็บเหล้าบุหรี่ เพราะไม่เคยจ่ายภาษีในการซื้อเหล้าบุหรี่
ถ้าจะเปรียบเทียบแบบนี้ ยาบ้า ใบกระท่อม เขาก็ไม่ได้บังคับให้ซื้อครับ หามาเสพย์กันเอง ถึงประเภทการออกฤทธิ์ของยา จะแตกต่างกัน แต่เหล้าถ้ากินมาก ๆ ขาดสติ มันก็สามารถทำได้ทุกอย่าง ๆ ที่คนที่เสพยาบ้าทำได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะ ฆ่าคน ข่มขืน เอามีดจี้คอเด็ก ขับรถชนคนตาย สมมติผมขายยาบ้า แล้วมีผู้ปกครองเด็กติดยาคนหนึ่ง มายืนทะเลาะกับ หมอว่า ช่วยรักษาเด็กหน่อย หมอก็ตอบว่า ก็รักษาไปหลายรอบแล้ว ลูกคุณไม่เอาถ่านเอง ส่วนผมก็นั่งดูดราม่าด้วย ความสนุก พอตกเย็นก็พาครอบครัวบินไปกินข้าวที่ต่างประเทศ
เหล้ามันถูกกฎหมาย ไปเปรียบเทียบอะไรกับยาบ้า ใบกระท่อม และคนกินเหล้า มันไม่ได้ทำให้ขาดสติ แต่มันเป็นที่พฤติกรรมเลวของคนนั้นๆ ไม่กินเหล้า มันก็ฆ่าข่มขืน
ไว้เหล้าผิดกฎหมายค่อยเปรียบเทียบละกันนะครับ จะได้ดราม่ากับหมอได้ถูกเรื่องหน่อย อ่อ นั่งทำงานใน BTS มันดีแบบนี้นี่เอง รวย ได้เที่ยวต่างประเทศ
ภาษีเหล้ากับบุหรี่ มันเข้ากองทุน สสส. ครับ มาตรา ๑๑ ให้กองทุนมีอํานาจจัดเก็บเงินบำรุงกองทุนจากผู้มีหนาที่เสียภาษีตาม กฎหมายว่าด้วยสุราและกฎหมายวาด้วยยาสูบ ในอัตราร้อยละสองของภาษีที่เก็บจากสุราและยาสูบ ตามกฎหมายว่าด้วยสุราและกฎหมายว่าด้วยยาสูบ ในการคํานวณเงินบํารุงกองทุนตามอัตราที่กําหนดในวรรคหนึ่ง หากมีเศษของหนึ่ง สตางค์ให้ปัดทิ้ง http://lib.mnre.go.th/porrorbor/พรบ/พรบ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ.2544 กองทุน สสส. นี่ก็เอาไปใช้จ่ายหลายอย่าง ไทยพีบีเอสก็เป็นหนึ่งในนั้น เอาไปสนับสนุนพวกร่านก็มี ตอนนี้กำลังโดน สตง. สอยตูดอยู่ครับ http://thaipublica.org/2015/10/thaihealth-20-10-2558/
ก็พูดเองเออเองเหมือนเดิม หลอกตัวเองไปวันๆ สมมติว่าหมอไม่รักษา ก็แปลว่าจริงๆหมอก็ต้องรักษาอยู่ดี ถึงเด็กมันจะไม่เอาถ่านจริงก็เถอะ คุณก็คงไม่รู้อีกละซิว่าผู้เสพที่ไม่ได้ขายจัดเป็นผู้ป่วยไม่ใช่ผู้ต้องหา ซึ่งหลายคนก็คัดค้านเหมือนกันว่าทำไหมต้องมาเสียภาษีดูแลพวกไม่รักชีวิตตัวเองด้วย
เหมือนกันครับคนที่เสพยาทุกคนก็ไม่ใช่ทุกคนที่ไปฆ่าข่มขืน ส่วนกฎหมายมันเป็นเพียงข้อตกลงทางสังคมชั่วคราว มันสามารถ เปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ เมื่อมันเริ่มมีผลกระทบทางสังคมที่มากขึ้น ถ้ายึดเอากฎหมายเป็นหลัก งั้นทำไม พรบ.นิรโทษกรรม นั่น ก็กฎหมายไม่ใช่เหรอ ค่าแรง 300 ก็กฎหมาย คุณอาจจะไม่ชอบคนที่ออกกฎหมาย แต่มันก็เป็นกฎหมายไง แต่ตอนนี้ยอมรับ กันหน่อยนะว่า เหล้าเบียร์โทษของมันเกินจะรับไหวแล้ว อย่างที่บอก ต้มเหล้าเถื่อนติดคุกหนักทันที เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ราคา มหาโหดพอ ๆ กับชีวาส มันยังจะมีคนบ้ายอมไปเมาอีกก็ต้องปล่อยไปแล้วล่ะ ไม่ได้เข้าข้างทักษิณนะ แต่การบอกว่าทักษิณ ทำลายชาติ แต่ไอ้ที่ผลิตกันออกมาวันละเป็นหลายล้านขวด กลับดูชิว ๆ เหมือนไม่ทำลายชาติเท่าไร ผมว่ามันก็ไม่ถูกนะ
แบบญี่ปุ่นน่าสนใจนะครับ แต่ถ้าจะเอามาใช้บ้านเราคงต้องปรับให้เหมาะสมกับบ้านเราบางอย่าง ส่วนโครงการนี้ดีหรือไม่ มองได้หลายมุม แต่ถ้ามองโดยรวมรัฐลำบากเพราะระบบบริหารจัดการ ควรปรับปรุง แก้ไข แล้วอย่าลืมว่าควรมองว่า รัฐ = ประเทศตัวเอง ไม่ใช่องค์กรการกุศล ซึ่งควายแดงหลายตัวคิดเช่นนั้น ไม่ใช่จะเอาแต่ความพอใจส่วนตัวเป็นที่ตั้ง ควรมองความเป็นจริงด้วยว่าควรจัดสรร จัดการ อย่างไร จึงพอเหมาะ ผมใช้บริการนี้อยู่แต่ก็ไม่ได้เดือดร้อนนะครับ ผมมองแค่ว่าถ้ามันเป็นเงินที่เสียภาษีไป ก็ใช้สิทธิ์นั้น แต่ถ้าจะยกเลิกแล้วให้เข้าเอกชนผมก็ไม่เดือดร้อน เพราะจ่ายไหว เหมือนฉีดยาพิษสุนัขบ้า ถ้า รพ.รัฐ ก็ไม่กี่ร้อยบาท ถ้าเอกชนครบโด๊ทก็เกือบหมื่นมั้งครับ ผมเอาฮา พาคุณพ่อไปฉีด รพ.บัตรทอง / คุณแม่เข้าเปาโล อยากรู้ค่ารักษาต่างกันขนาดไหน ก็เยอะอยู่นะครับ ^^' แต่บริหารไม่ต่าง คุณภาพบุคลากร ผมว่า รพ.รัฐ เดี๋ยวนี้ดีมากแต่ต้องรอคิว เอกชนได้สะดวกสบายแต่ตามมาด้วยราคาแสนแพง ประเด็นคือ รัฐต้องหาทางแก้ไขให้พอเหมาะ ถ้าไม่ไหว ก็อย่าฝืน มันเป็นเรื่องส่วนรวมของเรา (เพราะเป็นงบประมาณแผ่นดิน)
เหมือนมีไอ้งั่งคนหนึ่งเห็นด้วยที่ชาวบ้านกินเหล้าเป็นเรื่องธรรมดา แต่ทำไมคนระดับอื่นกินเหล้าแล้วไม่ผิด มีเฉพาะคนจนเท่านั้นที่กินเหล้าแล้วผิด ไม่ได้เข้าข้าง แต่เอามาเปรียบเทียบทำไหมไม่ได้เกี่ยวกันเลย หรืออาจจะเกี่ยวก็ได้ เพราะหลงมัวเมาเชื่อทักกี้ เลยติดคุกเสียอนาคตเสียเวลาทำมาหากิน เสียเวลาในการรักษาสุขภาพตัวเอง แล้วก็เป็นโรคติดต่อที่ว่า โกงไม่ผิด ขอให้ได้ ถ้าไม่มีดำเนินคดีก็จะโกงไปเรื่อยๆแล้วคนที่เห็นอาจจะเอาอย่างโกงด้วย อาจจะหนักกว่าเหล้าก็ได้
พรบ.นิรโทษกรรมตอนนั้นยังไม่ออกเป็นกฎหมายครับ เพราะวุฒิสภายังไม่ผ่าน เรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มันไม่ดีใช่ครับ แต่ถ้าดื่มพอเหมาะมันจะไม่เกิดเรื่องเสียหาย แต่ส่วนที่ดื่มคือดื่มแทนน้ำ มันถึงเกิดปัญหาทั้งสุขภาพและทางสังคม แต่ยาเสพติดมันไม่ใช่ไงครับ มากกน้อยมันส่งผลที่รุนแรงกว่า บางตัวเป็นยาก็จริงแต่ต้องควบคุมในปริมาณที่พอเหมาะ คือเอ็งเอาทักษิณมาเทียบมันคนละเรื่องเลยหว่ะ เพราะทักษิณมันโกงชาติ สรุปเอ็งเข้าข้างทักษิณหว่ะ ยอมรับเหอะ ไม่ต้องอาย
พี่ว่า"ป๊อบ"ต้องกินยาให้ตรงเวลานะ ไม่งั้นอาการจะกำเริบหนัก ขนาดพี่สติสมประกอบ พี่ยังไม่เข้าใจเลยว่า"ป๊อบ" อยากระบายความในใจอะไรออกมา เหล้า เบียร์ ยาเสพติด ค่าแรง 300 ทักษิณ
สรุป ผมผิดเอง รมว สธ. บอก ไม่ให้ประชาชนร่วมจ่าย แค่ให้ประชาชนร่วมคิด มีหมายเหตุอีกว่า (เฉพาะผู้มีรายได้น้อย ไม่ต้องร่วมจ่าย) ผมเข้าใจแบบนี้ถูกต้องไหม เริ่มมึนกับข่าว ยืนยัน !! กระทรวงสาธารณสุขไม่คิดล้มโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค แต่เล็งปรับการให้ความช่วยเหลือประชาชนให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น จากกรณีที่รัฐบาลมีแนวคิดที่จะให้ประชาชนร่วมจ่ายเงินค่ารักษาบัตรทองด้วย โดยระบุว่าปัจจุบันมีการใช้งบประมาณจากฝั่งรัฐเพียงทางเดียว และมีแนวโน้มใช้งบประมาณสูงขึ้น จนปัจจุบันสัดส่วนอยู่ที่ 16-17% คิดเป็น 4.6% ของจีดีพี จึงไม่สามารถรับผิดชอบได้ไหวนั้น [อ่านข่าว : บัตรทองใกล้เจ๊ง รัฐบาลจ่ายคนเดียว เตรียมหาแนวทางให้ประชารัฐร่วมจ่าย] ล่าสุด วันที่ 27 ธันวาคม 2558 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ไม่เคยพูดหรือคิดที่จะให้มีการยกเลิกโครงการ 30 รักษาทุกโรค เพียงแต่อนาคตจะต้องมีการพัฒนาเพื่อให้มีศักยภาพครอบคลุมในการให้ความช่วยเหลือประชาชนให้มากยิ่งขึ้น จะต้องเป็นไปในรูปแบบที่ประชาชนและรัฐบาลร่วมกันคิด ไม่ใช่การร่วมจ่าย โดยเฉพาะประชาชนผู้ยากไร้และมีรายได้น้อย ยืนยันว่า รัฐบาลจะไม่มีการยกเลิกโครงการดังกล่าว http://health.kapook.com/view137838.html
ถ้าพี่จะมึนผมก็ไม่แปลกใจหรอกครับ ขนาดไอ้ตู่มันอ่านสัมภาษณ์ รมว สาธารณสุข มันยังสรุปได้เลยว่าเค้าจะยกเลิก
ไม่ร่วมกันจ่าย ยังไงก็ไปไม่ได้ ปล่อยให้ขาดทุนไปเรื่อย ๆ ก็มีแต่จะเป็นดินพอกหางหมู แปลกดีที่ประเทศนี้ คนที่พูดถึงการแก้ปัญหา กลับถูกมองว่าเป็นคนที่แก้ปัญหาไม่ได้ หรืออยากจะฉิบหายแบบกรีซ เอาเงินภาษีลดแลกแจกแถมทุกอย่างจนประเทศล้มละลาย ระบบที่ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยก็ทำได้เหมือนกัน คนมีเงินหน่อยก็ต้องจ่าย อาจจะมีรูรั่วบ้างกับพวกรวยแบบไร้รายได้ แต่ก็ยังดีกว่าไม่เก็บเลย
รอลุงตู่เอาข้อมูลฐานรายได้กับอาชีพลงบัตรประชาชนก่อนเถอะ ใครมีรายได้สูงรายได้ปานกลางคงได้ใช้ระบบ Co-pay ตามสัดส่วนรายได้ ส่วนใครรายได้น้อยหรือไม่มีรายได้ก็คงฟรีแบบปัจจุบัน ถ้าให้คาดเดา รัฐบาลคงปัญหาแบบนี้