ผมสงสัยอยู่ว่า ถ้าหากตอนนั้นปาเลสไตน์ยอมรับประเทศอิสราเอลในครั้งแรกที่ยูเอ็นรับรอง จะเป็นยังไง ชาวปาเลสไตน์จะโดนกดขี่หรือไม่ จะมีสงครามหรือไม่ อิสราเอลจะสามารถขยายอาณาเขตได้นอกเหนือจากที่ยูเอ็นประกาศหรือไม่ (ที่จริงอิสราเอลได้พื้นที่เยอะมากจากการชนะสงคราม แต่ก็คืนให้อาหรับหมด)
ฮามาสเป็นกลุ่มการเมือง ที่มีเสียงข้างมากในสภานิติบัญญัติปาเลสไตน์ อาจจะกล่าวได้ว่านี่เป็นการกระทำหนึ่งของรัฐบาลปาเลสไตน์ก็ได้ครับ
เคร สรุปห้ามยิงใส่ฮามาส เพราะจะโดนประชาชน ต้องเข้าใจเข้าถึงพัฒนา ทำศัตรูให้เป็นมิตร ระหว่างนั้นก็รับจรวด กับคาร์บอมไปก่อน
ผมก็อยากรู้เหมือนกัน กับคำว่าคำกล่าว วางระเบิด รถ ที่นั่น ที่นี่ ก่อการร้าย จุดนั้น จุดนี้ ถ้าฝ่าย ปาเลสไตน์ ทำจริง ก็อีก เรื่องหนึ่ง ผมกลัวจะตู่เอา หรือสร้าง สถาณการณ์ เอง เพื่ออ้างความชอบธรรม ในการยึด การยิง อย่าลืม นะครับ พวก cia หน่วย ลับต่างๆ ปะปนกันมั่วไปหมด ไม่ว่าฝ่ายใหน ถ้าจะสร้างความชอบธรรม ในการล้างบาง กรณีอิรัก เราก็เห็น สละ ถังเก็บน้ำมัน ไม่กี่ลูก ข่าวก็เห็นแต่ฝั่งอิสราเอล ในการพูด การแสดง ทั้งเป็นพ่อพระ ทั้งเป็นฆาตกร เหมือนซีเรีย อยู่ๆ พวกรักประชาธิปไตย ก็โผล่ มาจากใหนไม่รู้ แล้วอยู่ๆ สหรัฐ ก็ถือหางพวกนี้เฉยเลย เหมือนเตี้ยม กันไว้ก่อน
เอาง่ายๆ อิสราเอล จะยึด ดินแดนทั้งหมด แค่นั้นจบ แต่กล้าพูดมั้ย ข้าจะยึด ??? กำแพงก็มีแล้ว ผมคิดว่า ข้างในกำแพง สงวนไว้เป็นเขตปลอดภัย ไม่ได้แบ่งแยก หรือเกรงกลัวอะไรหรอก เพราะวางแผนไว้แล้ว ว่าภายนอกกำแพง ให้เป็นสนามรบ คือบ้าน ของทางฝั่งปาเลสไตน์ อ้างอยู่นั่นหละ โดนจรวด โดนยิง แต่กินดินแดน พวกนี้ ไปทีละนิด ละหน่อย จนตอนนี้ไม่เหลือแล้ว สุดท้าย ทำยังไง ก็เหมือน ที่พูด ไม่ต้องการให้มีรัฐบาลปาเลสไตน์ ก็คือ ไม่ให้ต้องการให้มีรัฐปาเลสไตน์ อีกแล้ว หรือ คนปาเลสไตน์ ในดินแดนนี้
ไม่ใช่ครับ การปราบปรามการก่อการร้ายต้องกระทำต่อตัวผู้ก่อการร้ายครับ การโจมตีใส่พลเรือนแล้วอ้างว่าทำเพื่อป้องกันประชาชนของคุณมันไม่ได้ทำให้คุณชอบธรรมขึ้นมาได้ การที่เป็นรัฐบาลมันก็ยากแบบนี้แหละครับ มันต้องทำให้เกิดความสมดุลในเรื่องความมั่นคง และมนุษยธรรมด้วย
อิสราเอลไม่ได้ต้องการโจมตีใส่พลเรือน เพราะมันไม่สร้างผลดีอย่างใดกับอิสราเอลเลย ผมอยากให้ท่านเข้าใจเรื่อง Collateral Damage หรือ ความเสียหายข้างเคียงก่อนครับ เมื่อรัฐทั้งสองฝ่ายสมัครใจที่จะใช้กำลังอาวุธเข้าต่อสู้กัน มันก็เป็นไม่ได้เลย ที่จะไม่มีชีวิตพลเรือน หรือทรัพย์สินที่ไม่ได้รับความเสียหาย เป็นสิ่งที่รัฐทั้งสอง ต้องยอมรับ ซึ่งความรับผิดชอบการป้องกันความเสียหายข้างเคียงนั้น ไม่ขึ้นอยู่กับฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง แต่ขึ้นอยู่กับทั้งสองฝ่าย เช่น อิสราเอลก็มีหน้าที่จะทำสิ่งที่ไม่ให้ความเสียงหายข้างเคียงของพลเรือนของฝ่ายตน จากการปัฎิบัติการของฝ่ายตรงข้าม และมีหน้าที่ีลดความเสียข้างเคียงของพลเรือนฝ่ายตรงข้ามจาก การปฎิบัติการของฝ่ายตนด้วย สำหรับปาเลสไตน์ ก็มีหน้าที่ในทางกลับกัน พูดก็ง่ายแต่ทำจริงยาก ค่อนข้างชัดเจนว่าในปฎิบัติการครั้งที่ผ่านมา ปาเลสไตน์พยายามใช้โล่ห์มนุษย์ เพื่อการป้องกันการโจมตีจากอิสราเอล สิ่งที่อิสราเอลควรทำคือ ปล่อยไปแบบนั้นหรือครับ เลือกที่จะไม่โจมตี แล้วปล่อยให้ปฎิบัติการล้มเลิกไป ปล่อยให้กลุ่มฮามาสยิงโจมตีพลเรือนชาวอิสราเอลต่อไป แล้วประชาชนชาวอิสราเอลหล่ะ ?? ผมไม่ได้บอกว่าอะไรมันผิด หรืออะไรมันถูก และอย่าพยายามใช้ศีลธรรมมาตัดสินเรื่องนี้ เพราะมันใช้กับเรื่องนี้่ไม่ได้ คำว่า ชอบธรรม ศีลธรรม คุณธรรม ถูกหรือผิด มันไม่ได้มีจริงอยู่ในสงคราม เพราะในสงครามจะมีแต่คำว่า ชัยชนะ หรือ พ่ายแพ้ เท่านั้น
ตามข้อมูล 3 เวปนี้ที่ดินตรงนั้น(ดินแดนปาเลสไตน์) เป็นของชนกลุ่มน้อยพวกชาวฟิลิเตีย(ชาวปเลสไตน์) มาก่อน แล้วพวกยิวถึงจะอพยพเข้ามา โดยอ้างว่าเป็นที่ๆพระเจ้าประทานให้ -------------------------------------------------------------------------------------- ยุคกลาง 350 ปีต่อมา อาณาจักรทั้งสองต้องล่มสลายไป โดยอาณาจักรที่ล่มสลายไปแห่งแรกคือ อาณาจักรอิสราเอล ถูกยึดครองโดยพวกอัสซีเรียน (Assyrian) ในปี 721 ก่อนคริสต์ศักราช ซึ่งนำโดยกษัตริย์ซาร์กอนที่ 2 และกวาดต้อนชาวยิวไปยังอัสซีเรีย ต่อมา ปี 587 ก่อนคริสต์ศักราช อาณาจักรยูดาห์ต้องล่มสลายโดยเนบูคัดเนสซาร์แห่งอาณาจักรแคลเดียมีชัยต่ออัสซีเรีย จึงตัดสินใจบุกอาณาจักยูดาห์ต่อ เขาได้ทำลายมหาวิหารยะโฮวาห์ และกวาดต้อนชาวอาณาจักรยูดาห์ไปยังบาบิโลน หลังจากอาณาจักรทั้ง 2 แตกไป ชาวยิวต้องอยู่ภายใต้การปกครองของเปอร์เซีย กรีก โรมัน เป็นอิสระได้ในระยะเวลาสั้น ๆ ในที่สุด ถูกเนรเทศเกือบทั้งหมดและบางส่วนถูกฆ่า ชนชาติอิสราเอลจึงได้กระจัดกระจายไปยังแอฟริกา ยุโรป เปอร์เซีย และแหลมอารเบีย ต่อมาปี ค.ศ 632 ดินแดนปาเลสไตน์ กลับมาเป็นของชนกลุ่มน้อยที่เคยอยู่มาก่อนที่อับราฮัมจะเข้ามา นั่นคือชาวฟิลิเตียหรือชาวปาเลสไตน์ ต่อมาโซจุเตริกท์ประมุขแห่งอิสลามได้เข้าครอบครองเยรูซาเร็ม รัฐอารักขาของสหราชอาณาจักร ดูบทความหลักที่: รัฐอารักขาปาเลสไตน์ เมื่อประเทศสหราชอาณาจักรมีอำนาจและอิทธพลในดินแดนแถบนี้ ได้อนุญาตให้ชาวอิสราเอลเดินทางกลับสู่มาตุภูมิได้ตามมติสหประชาชาติ ที่ชาวยิวขอตั้งรัฐอิสระโดยภายใต้การนำของดิโอเดอร์ เฮริท์ ในนาม 'กลุ่มไซออนนิสต์' ซึ่งสหประชาชาติได้แบ่งดินแดนแห่งนี้เป็น 60% ของชาวอิสราเอล และ 40% เป็นของชาวฟิลิเตียหรือปาเลสไตน์ ทำให้มีการจัดตั้งประเทศอิสราเอลในที่สุด การประกาศเอกราช ในปี ค.ศ. 1947 สมัชชาสหประชาชาติ ลงมติแบ่งดินแดนปาเลสไตน์ให้กับชาวยิว โดยแบ่งเอาดินแดนบางส่วนของซีเรียและอียิปต์ไปด้วย โดยมติดังกล่าวไม่ได้ขอความเห็นชอบจากชาวปาเลสไตน์เลยแม้แต่น้อย ในปี ค.ศ. 1948 มีการจัดตั้งรัฐยิวขึ้นอย่างเป็นทางการบนแผ่นดินปาเลสไตน์โดยมี เดวิด เบนกูเรียน (David Bengurion) เป็นผู้นำคนแรก โดยตั้งชื่อว่า รัฐอิสราเอล นับแต่นั้นมา อิสราเอลก็เริ่มปรากฏในแผนที่โลกในฐานะประเทศ ทั้งที่ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่มีแผ่นดินครอบครองเลย https://th.wikipedia.org/wiki/ประเทศอิสราเอล ความขัดแย้งระหว่างประเทศอิสราเอล-ปาเลสไตน์ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม ค.ศ. 1897 ได้มีการประชุมเป็นครั้งแรกที่เมืองบาล (Basle) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อก่อตั้งองค์การไซออนนิสม์ โดยมี ธิโอดอร์ เฮอร์เซิล เป็นหัวหน้าเพื่อเรียกร้องให้ผู้นับถือศาสนายูดาย และผู้มีเชื้อสายยิวอพยพเข้าไปอยู่ในปาเลสไตน์โดยตั้งรัฐยิว Der Judenstaat ขึ้น ธิโอดอร์ถึงแก่ชีวิตด้วยโรคหัวใจเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ค.ศ. 1904 มีอายุได้ 44 ปี คนอื่นในพรรคไซออนนิสม์ก็ทำหน้าที่รับช่วงต่อไป เพื่อดำเนินผลทางการเมืองและทางเศรษฐกิจให้บรรลุจุดหมาย ระหว่างสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง รัฐบาลอังกฤษได้ออกแถลงการณ์บัลฟุร์ เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ค.ศ. 1917 ถึงความประสงค์ที่จะตั้งถิ่นที่อยู่ของชาวยิวขึ้นในปาเลสไตน์ แถลงการณ์นี้แสดงความเห็นอกเห็นใจชาวยิว โดยไม่ได้รับการเห็นชอบจากชาวอาหรับผู้เป็นเจ้าของประเทศซึ่งเป็นมุสลิมและคริสศาสนิก 93% ส่วนอีก 7% นั้นเป็นชาวยิว ใน ค.ศ.1922 สันนิบาตชาติ-Laegue of Nations- ซึ่งก็มิใช่ชาวอาหรับอีกนั้นแหละ-ได้ลงมติแบ่งแยกและยกดินแดนหลายประเทศในตะวันออกกลาง ให้อยู่ในอารักขาของอังกฤษและฝรั่งเศส ใน ค.ศ.1947 สหประชาชาติได้ลงมติให้แบ่งแยกปาเลสไตน์ออกเป็นสองส่วน คือส่วนหนี่งของยิวและอีกส่วนหนึ่งของอาหรับ โดยมิได้รับความยินยอมเห็นชอบจากเจ้าของประเทศ อันเป็นชนวนทำให้เกิดสงครามและวิกฤติกาลเรื้อรังจนบัดนี้ https://sites.google.com/site/thanjaoukund/home/khwam-khad-yaeng-rahwang-prathes-xisraxel-palestin http://www.dek-d.com/studyabroad/35060/
กลุ่มฮามาสได้เสียงข้างมากในสภาปาเลสไตน์ครับ ประชาชนปาเลสไตน์เลือกเข้าไปเอง ถ้าคุณว่ากลุ่มนี้เป็นโจร ก็สมควรแล้วล่ะครับที่นายกอิสราเอลประกาศแบบนั้น
ผมถึงบอกไงครับว่ายิวไม่จำเป็นต้องอ้างย้อนไปไกลขนาดนั้น แถมที่อ้างกันสมัยนั้นก็ไม่ได้มีการแบ่งเส้นเขตแดนประเทศ ถ้าบอกว่าที่ดินตรงนั้นเป็นของชนกลุ่มน้อย แล้วใครเป็นชนกลุ่มใหญ่ล่ะครับ แล้วดินแดนที่เรียกว่าปาเลสไตน์ก็ไม่ได้มีแค่ในประเทศอิสราเอล แต่ยังมีต่อเนื่องไปในจอร์แดน เลบานอน ซีเรีย อียิปต์ ทำไมประเทศเหล่านี้ไม่ยกให้ชาวปาเลสไตน์อยู่ล่ะ กลับไปยึดถือเส้นที่ฝรั่งเศสกับอังกฤษขีดเส้นแบ่งประเทศไว้ ตอนตั้งประเทศอ้างว่าไม่ได้ถามความเห็นชอบเจ้าของประเทศ แต่พื้นที่ยังไม่มีการตั้งประเทศเลยนะครับ ยิวตั้งประเทศอิสราเอลขึ้นได้ก่อนส่วนที่ขีดให้เป็นปาเลสไตน์ก็ยังไม่ได้ตั้งประเทศ ในพื้นที่ยิวตั้งประเทศก็ยังมีคนเชื้อสายยิวและปาเลสไตน์ปะปนกัน และพื้นที่ที่เป็นอิสราเอลก็เล็กกว่าปัจจุบันมาก แต่อาหรับไม่พอใจเนื่องจากไปขีดเส้นพื้นที่เยรูซาเลมเป็นพื้นที่ใช้ร่วมกัน พอมาดูตรงนี้ ผมไม่คิดว่าปัญหาจะเกิดจากความต่างกันของเชื้อชาติแล้วล่ะครับ แต่เกิดจากศาสนามากกว่า